Lab 6 · ศึกษาคาบและความยาวของลูกตุ้มเพื่อใช้เป็นเครื่องวัดเวลา
1. ปรับ L = 10, 15, 30, 60 cm → จดคาบ
2. สังเกตว่าคาบขึ้นกับ L หรือไม่
3. ทำนาย L = 25 cm แล้วตรวจสอบ (ควรได้ T ≈ 1.00 s)
4. ลองเปลี่ยน m และ θ₀ — คาบเปลี่ยนไหม?
| # | L (cm) | N | t (s) | T = t/N (s) | gexp (m/s²) | % error vs 9.81 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ยังไม่มีข้อมูล — ใช้ Stopwatch จับเวลา N รอบแล้วกด "บันทึกค่าลงตาราง" | ||||||
ลูกตุ้มอย่างง่าย (Simple Pendulum) คือ ลูกตุ้มมวล m ผูกด้วยเชือกเบา ยาว L แขวนจากจุดตรึง เมื่อดึงไปทำมุม θ₀ เล็ก ๆ กับแนวดิ่งแล้วปล่อย ลูกตุ้มจะแกว่งกลับไปกลับมาซ้ำ ๆ เป็นการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย (SHM) — เพราะเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ ๆ อย่างสม่ำเสมอนี้เอง ลูกตุ้มจึงเหมาะจะใช้เป็น "เครื่องวัดเวลา"
สำหรับมุมแกว่งน้อย (θ₀ < 15°) คาบ (T) ของลูกตุ้มอย่างง่ายคือ
ใช้ g = 9.80 m/s² คำนวณจากสูตรแล้วเปรียบเทียบกับค่าในใบบันทึก Lab 6:
การทำนาย: ที่ L = 25 cm → T = 2π√(0.25/9.80) ≈ 1.00 s (ใบงานระบุ 1.05 s จากการอ่านกราฟ — ใกล้เคียงมาก)
เมื่อลูกตุ้มเอียงไปทำมุม θ แรงที่ดึงกลับคือ F = −mg·sinθ และตามกฎข้อที่ 2 ของนิวตัน F = ma ได้ว่า
มวล m ถูกตัดทิ้งไปจากสมการ ทำให้ความเร่งขึ้นกับ g และ θ เท่านั้น ดังนั้นลูกตุ้มมวล 50 g และ 500 g ที่ยาวเท่ากัน จะแกว่งด้วยคาบเท่ากัน (ลองทดสอบในโหมด Simulation ได้เลย!)
เมื่อมุม θ น้อย ๆ (หน่วยเรเดียน) จะได้ sin θ ≈ θ ทำให้สมการกลายเป็น SHM เชิงเส้น:
เพราะ T แปรผันตาม รากที่สอง ของ L ไม่ใช่แปรผันตรง จึงได้กราฟโค้งขึ้นแบบฟังก์ชัน √L (ผ่านจุดกำเนิด เพราะเมื่อ L→0 จะได้ T→0)
ถ้าเขียนกราฟ T² vs L จะได้ เส้นตรง ที่มีความชัน
เทคนิคนี้ใช้วัดค่า g ในห้องทดลองจริงได้อย่างแม่นยำ